สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 6% ในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 7 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานพุ่งขึ้นและเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นด้วยนั้น อาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกพากันตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 290.50 ดอลลาร์ หรือ 5.93% ปิดที่ 4,605.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ แต่ไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าจะปรับลดเมื่อใด ขณะที่เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล เนื่องจากสงครามส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้น และคาดว่าจะผลักดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้
พาวเวลยังกล่าวด้วยว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ไม่ได้ลดลงรวดเร็วอย่างที่คาดหวังไว้ และเฟดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องรับมือกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอยู่ในช่วงขาลงและความเสี่ยงเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องยาก
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนมองเห็นโอกาสเพียงเล็กน้อยที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนช่วงกลางปี 2570
ส่วนธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกับเฟด แต่ก็ย้ำว่า ธนาคารกลางพร้อมที่จะใช้มาตรการควบคุมเงินเฟ้อหากวิกฤตพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านยังคงยืดเยื้อ
ทั้งนี้ ECB ระบุในแถลงการณ์การประชุมวานนี้ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยทำให้เงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในช่วงขาขึ้น และให้การเติบโตทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยงขาลง
ขณะที่ BoE ระบุในแถลงการณ์ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงและค่าสาธารณูปโภคของภาคครัวเรือน และยังมีผลกระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยขณะนี้ BoE กำลังจับตาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ
ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันในแหล่งเซาท์พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน