สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (6 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายในวันอังคารนี้ตามเวลาสหรัฐ (7 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีหากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์ หรือ 0.11% ปิดที่ 4,684.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สื่อต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้รับข้อเสนอแผนยุติการสู้รบ ซึ่งปากีสถานจัดทำขึ้นและได้ส่งต่อให้กับทั้งสองฝ่าย โดยเป็นกรอบข้อตกลงแบบ 2 ระยะ เริ่มจากการหยุดยิงทันที ตามมาด้วยการเจรจาข้อตกลงยุติความขัดแย้งอย่างสมบูรณ์ภายในกรอบเวลา 15-20 วัน
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงทันทีของสหรัฐฯ และยืนกรานที่จะให้สงครามยุติลงอย่างถาวรแทน โดยอิหร่านมองว่าการหยุดยิงมีแต่จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถรวบรวมกำลังใหม่และก่ออาชญากรรมต่อไป และอิหร่านจะไม่มีวันยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
ทั้งนี้ การปฏิเสธดังกล่าวจากฝั่งอิหร่าน มีขึ้นหลังจากทรัมป์ขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายในเวลา 20.00 น. ของวันอังคาร (7 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐ หรือ 07.00 น. ของวันพุธ (8 เม.ย.) ตามเวลาไทย
นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์สงครามและทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยหากความขัดแย้งยืดเยื้อต่อไป ราคาน้ำมันก็จะปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางภาวะอุปทานที่ตึงตัว ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสน้อยลงในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และอาจถึงขั้นพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก
ทั้งนี้ แม้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่มีการเปิดเผยในวันจันทร์ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 54.0 ในเดือนมี.ค. ชะลอลงจากระดับ 56.1 ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0
อย่างไรก็ดี ดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงมีการขยายตัว
ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่นักลงทุนจับตาในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และรายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 17-18 มี.ค.