สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน และรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 40.80 ดอลลาร์ หรือ 0.85% ปิดที่ 4,818.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.34% และเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
นักลงทุนจับตาความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ และขู่ว่าจะถอนตัวจากข้อตกลงนี้ โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า ข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่านได้ถูกละเมิดไปแล้ว 3 ข้อ โดยการละเมิดเหล่านั้นประกอบด้วย การที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง การที่มีโดรนรุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของอิหร่าน และการปฏิเสธสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
ขณะเดียวกัน นักลงทุนติดตามการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ (11 เม.ย.) ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยคณะเจรจาของสหรัฐฯ ประกอบด้วย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี, สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ ส่วนคณะเจรจาของอิหร่านประกอบด้วย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน
หากการเจรจาประสบความล้มเหลว ก็มีความเสี่ยงที่จะผลักดันให้ต้นทุนพลังงานและอัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อทองคำ ทั้งนี้ แม้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สำหรับข้อมูลเงินเฟ้อที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือนม.ค.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.1% ในเดือนม.ค.