ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งจะลดโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ณ เวลา 20.00 น. ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 28.50 ดอลลาร์ หรือ 0.62% สู่ระดับ 4,601.10 ดอลลาร์/ออนซ์
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 8 ต่อ 4 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% โดยสมาชิก FOMC จำนวน 8 รายเห็นด้วยกับการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 4 รายลงมติไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ โดยสตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่อีก 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค, นีล แคชคารี และลอรี โลแกน สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ของเฟด
ผลการประชุมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การประชุมเฟดครั้งนี้เป็นการประชุมที่มีเสียงแตกมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.7% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนก.พ.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.0% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนก.พ.
ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)