สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (8 พ.ค.) และเพิ่มขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 19.80 ดอลลาร์ หรือ 0.42% ปิดที่ 4,730.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน มักเผชิญแรงกดดันในภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์จาก High Ridge Futures กล่าวว่า ขณะนี้ทองคำเคลื่อนไหวเหมือนสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย การฟื้นตัวของทองคำเชื่อมโยงกับแนวโน้มการลดความตึงเครียดในอิหร่าน เมื่อราคาพลังงานลดลง ตลาดจึงมองว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมีมากขึ้น
สหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับการตอบสนองจากอิหร่านต่อข้อเสนอล่าสุดเพื่อยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซียภายในวันศุกร์นี้ แม้ว่ากองกำลังของสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงปะทะกันในอ่าวเปอร์เซีย
การอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยให้ทองคำซึ่งซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ขณะที่ราคาพลังงานที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดมองว่า มีโอกาสเพียง 14% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ลดลงจากประมาณ 22% ในวันก่อนหน้า
สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เขาหวังว่า เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดต่อไปเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ขณะที่เควิน วอร์ช มีแนวโน้มจะเข้ารับตำแหน่งผู้นำเฟดคนต่อไป หากได้รับการรับรองจากวุฒิสภา
ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า การจ้างงานของสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย. 2569 เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำขยายช่วงบวกชั่วคราวหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
ด้านความต้องการทองคำในอินเดียยังคงซบเซาในสัปดาห์นี้ เนื่องจากการฟื้นตัวของราคาทำให้ผู้ซื้อชะลอการเข้าซื้อ ขณะที่ความต้องการซื้อในจีนทำให้ค่าพรีเมียมทองคำยังคงทรงตัว