สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (20 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ใกล้จะยุติลง
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 24.10 ดอลลาร์ หรือ 0.53% ปิดที่ 4,535.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาน้ำมันร่วงลง หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในสู่ขั้นตอนสุดท้าย พร้อมทั้งเตือนว่า อาจมีการโจมตีครั้งใหม่ หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง
ขณะที่เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจา โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะพัฒนาระเบียบการสำหรับการสัญจรทางเรืออย่างปลอดภัยโดยร่วมมือกับประเทศชายฝั่งอื่น ๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืม ปรับตัวลงในวันพุธ หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (19 พ.ค.) ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์จาก High Ridge Futures กล่าวว่า การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วยหนุนราคาทองคำดีดตัวขึ้น พร้อมกับให้ความเห็นว่า การยุติสงครามในรูปแบบใดก็ตาม หรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดทองคำ และตราบใดที่นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ก็จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำเช่นกัน