สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลง หลังจากสื่อรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิง นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์เมื่อเทียบรายเดือน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 50.90 ดอลลาร์ หรือ 1.14% ปิดที่ 4,532.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าว Axios ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ และอิหร่านจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ เนื้อหาของ MOU ยังระบุว่า สหรัฐฯ จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน โดยจะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือบางส่วนของอิหร่าน และอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในวงจำกัด ในขณะที่อิหร่านจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์, จะหารือเกี่ยวกับการจำกัดหรือระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะเจรจาเกี่ยวกับการกำจัดหรือเจือจางคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง
ทั้งนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.2% และฉุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ชะลอตัวลงด้วย
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้นเพียง 0.4% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.5% และชะลอตัวลงจากเดือนมี.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.7%
ไท หว่อง นักค้าโลหะอิสระกล่าวว่า ราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการชะลอตัวของดัชนี PCE รวมทั้งรายงานข่าวเกี่ยวกับการขยายเวลาหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่บาร์ต เมเลค นักวิเคราะห์จาก TD Securities ให้ความเห็นว่า ข้อมูล PCE ล่าสุดนี้อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม แทนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย