ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ ทะลุระดับ 4,200 ดอลลาร์ในวันนี้ ขานรับการร่วงลงของราคาน้ำมันจากความหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
ณ เวลา 19.51 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. บวก 102.40 ดอลลาร์ หรือ 2.49% สู่ระดับ 4,216.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า สหรัฐและอิหร่านอาจลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามอย่างเร็วที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. โดยนครเจนีวาเป็นสถานที่ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการจัดพิธีลงนามดังกล่าว
ทั้งนี้ สหรัฐและอิหร่านมีเป้าหมายที่จะทำการสรุปข้อความทั้งหมดภายในวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย.) เพื่อให้นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ลงนามอย่างเป็นทางการ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าววานนี้ว่า เขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านแล้ว เนื่องจากมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้ว
อย่างไรก็ดี ราคาทองมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี
นอกจากนี้ ตลาดจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย.
นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.