สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการที่นักลงทุนลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่เป็นไปตามคาด อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 48.70 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ 4,096.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) โดยดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 4.1% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนพ.ค. สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ในการสำรวจของรอยเตอร์
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากการประเมินก่อนหน้าที่ 64%
นักวิเคราะห์ตลาดจาก American Gold Exchange ระบุว่า ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย หลังเผชิญแรงขายในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่โดยทั่วไป การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด จะลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ด้าน TD Securities ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาน้ำมันและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น หากตลาดพลังงานยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำเพิ่มเติมในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในอินเดียกลับมาซื้อขายในระดับสูงกว่าราคาตลาดโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือนครึ่ง หลังการปรับฐานของราคาช่วยกระตุ้นแรงซื้อ ส่วนความต้องการทองคำในจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงอยู่ในระดับซบเซา