ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัว จากอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า

ข่าวเศรษฐกิจ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 20:41 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ราคาทองมีแนวโน้มร่วงลงในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกในรอบ 3 สัปดาห์ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ณ เวลา 20.24 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ดีดตัวขึ้น 3.30 ดอลลาร์ หรือ 0.25% สู่ระดับ 1,317.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาทองยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 1,300 ดอลลาร์จากความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจยุโรป ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ดอลลาร์ปรับตัวลงเทียบเยนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐ

ณ เวลา 19.24 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์อ่อนค่า 0.02% สู่ระดับ 109.78 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.06% สู่ระดับ 124.48 เยน และขยับลง 0.03% สู่ระดับ 1.1337 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.06% สู่ระดับ 96.56

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่มีแผนที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้สำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้า

ในการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ที่ประเทศอาร์เจนตินาเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2561 ผู้นำสหรัฐและจีนได้ตกลงที่จะยุติสงครามการค้าชั่วคราว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะไม่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมระหว่างกันเป็นเวลา 90 วัน ขณะเดียวกันก็จะพยายามเจรจาเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามการค้า

ทั้งนี้ หากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าก่อนวันที่ 1 มี.ค. ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินหน้าเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิม 10% ในขณะนี้

คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้ และปีหน้า จากการคาดการณ์ที่ว่าประเทศขนาดใหญ่ในยูโรโซนจะมีเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ EC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.3% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 1.9% ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะดีดตัวสู่ระดับ 1.6% ในปีหน้า

ก่อนหน้านี้ EC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.9% ในปีนี้ และ 1.7% ในปีหน้า

นอกจากนี้ EC ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของ EU ซึ่งไม่รวมสหราชอาณาจักร จะมีการขยายตัว 1.5% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 2.1% ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะดีดตัวสู่ระดับ 1.8% ในปีหน้า

EC คาดว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีจะมีการขยายตัว 1.1% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 1.5% ในปีที่แล้ว

EC ยังคาดว่าเศรษฐกิจของฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเนเธอร์แลนด์จะชะลอตัวลงเช่นกัน โดยอิตาลีชะลอตัวมากที่สุดสู่ระดับ 0.2% ในปีนี้

ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้ สู่ระดับ 1.2% จากเดิมที่ระดับ 1.7% โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวต่อไปในปีนี้ สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัย Brexit และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

"การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ชะลอลงในช่วงปลายปีที่แล้ว และได้อ่อนตัวต่อไปในช่วงต้นปีนี้" BoE ระบุ

ขณะเดียวกัน BoE ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในปีหน้า สู่ระดับ 1.5% จากเดิมที่ระดับ 1.7% ก่อนที่จะดีดตัวสู่ระดับ 1.9% ในปี 2564


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ