ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัว จากอานิสงส์ดอลล์อ่อน,คาดเฟดลดดอกเบี้ย

ข่าวเศรษฐกิจ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2562 22:50 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ จากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ราคาทองยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ณ เวลา 22.40 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ดีดตัวขึ้น 7.30 ดอลลาร์ หรือ 0.55% สู่ระดับ 1,340.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ดอลลาร์ปรับตัวลงในช่วงล่างของกรอบ 108 เยน ขณะที่นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความวิตกต่อการที่สหรัฐเตรียมเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก

ณ เวลา 18.27 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 0.23% สู่ระดับ 108.20 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.15% สู่ระดับ 121.49 เยน และขยับขึ้น 0.08% สู่ระดับ 1.1228 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.06% สู่ระดับ 97.26

นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อ และรับมือกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะขาลง อันเนื่องมาจากการทำสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ส่วนนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวว่า เฟดกำลังจับตามองพัฒนาการทางเศรษฐกิจในขณะนี้ และจะดำเนินการในสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ นายพาวเวลยังเปิดเผยว่า เครื่องมือที่เฟดเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ ซึ่งได้แก่ การกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และมีโอกาสมากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกมีความคืบหน้าไม่มากพอ ในประเด็นการลดจำนวนการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมาย และการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากเม็กซิโก ซึ่งทำให้สหรัฐจะดำเนินการปรับขึ้นภาษีต่อสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและเม็กซิโกได้เสร็จสิ้นการหารือกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ โดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นการค้า และประเด็นผู้อพยพ ขณะที่การเจรจาจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในวันนี้

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าจากเม็กซิโกในอัตรา 5% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. และจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนจนแตะระดับ 25% ในวันที่ 1 ต.ค. ถ้าเม็กซิโกไม่สามารถสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ