สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบเป็นวันที่ 2 ในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้สัญญาทองแดงซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีราคาแพงขึ้นและมีความน่าดึงดูดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น
ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 2.90 เซนต์ หรือ -0.50% ปิดที่ 5.8210 ดอลลาร์/ปอนด์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.21% แตะที่ 97.824
นอกจากนี้ ราคาทองแดงยังถูกกดดันจากปริมาณสินค้าคงคลังที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสต๊อกทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) เพิ่มขึ้นแตะระดับ 180,575 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 ขณะที่สต๊อกทองแดงในคลังของตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange) เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อนช่วงตรุษจีน แตะระดับ 133,004 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ส่วนสต๊อกทองแดงในตลาด COMEX ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 529,962 ตัน
จอห์น เมเยอร์ นักวิเคราะห์จาก SP Angel ระบุว่า ปัจจุบันตลาดยังไม่เผชิญภาวะขาดแคลนทองแดง เนื่องจากมีอุปทานจำนวนมากในสหรัฐฯ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า สำนักงานคลังสำรองแห่งรัฐจีนอาจกำลังทยอยระบายทองแดงออกสู่ตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพหลังราคาพุ่งแรงในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาคมอุตสาหกรรมโลหะนอกกลุ่มเหล็กของจีนเมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) ว่า จีนมีแผนขยายคลังสำรองทองแดงเชิงยุทธศาสตร์ และอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งระบบสำรองเชิงพาณิชย์ โดยมีรัฐวิสาหกิจเป็นแกนนำ