สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (25 ก.พ.) โดยปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน รับแรงหนุนจากการที่ตลาดจีนซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่กลับมาเปิดทำการอีกครั้งในสัปดาห์นี้หลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน รวมถึงความหวังที่ว่าอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ อาจปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5.35 เซนต์ หรือ +0.89% ปิดที่ 6.0450 ดอลลาร์/ปอนด์
ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากความหวังเรื่องการปรับลดภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยแม้ว่าปธน.ทรัมป์จะขู่ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศจาก 10% เป็น 15% เพื่อตอบโต้คำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ตลาดก็ยังคงคาดการณ์ว่า จีนจะเผชิญกับอัตราภาษีเฉลี่ยที่ลดลงสำหรับการส่งออกสินค้าที่ใช้โลหะเป็นส่วนประกอบหลัก
อย่างไรก็ตาม ราคาซื้อขายจริงในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นได้จุดประกายความกังวลว่าจีนอาจชะลอการสั่งซื้อ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณทองแดงคงคลังในตลาดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2567 ขณะเดียวกัน สต๊อกทองแดงทั้งในตลาดลอนดอนและนิวยอร์กต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
นอกจากนี้ สัญญาทองแดงยังได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงิน เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้สัญญาทองแดงซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีราคาถูกลงและมีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.15% แตะที่ 97.7