สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (11 มี.ค.) โดยราคาย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 5.9 ดอลลาร์/ปอนด์ หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากการเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรของกลุ่มผู้ผลิตในจีนที่ฉวยจังหวะราคาปรับฐาน
ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 6.05 เซนต์ หรือ -1.02% ปิดที่ 5.8915 ดอลลาร์/ปอนด์
ค่าพรีเมียมสปอต (Spot premiums) ในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาที่ร่วงลงในช่วงก่อนหน้าได้กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อจำนวนมากจากกลุ่มอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยเฉพาะจากภาคการก่อสร้างและภาคพลังงานหมุนเวียน
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังคงจับตาแรงกดดันในอุตสาหกรรมระดับกลางน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยค่าธรรมเนียมการถลุงและกลั่นทองแดงรายปีได้ทรุดตัวลงอย่างหนักจนแตะระดับ 0 ดอลลาร์/ตัน ในปี 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะขาดแคลนหัวแร่ทองแดง (Copper concentrate) อย่างรุนแรงทั่วโลก และอาจกระทบต่อปริมาณการผลิตทองแดงบริสุทธิ์
แม้ว่าปริมาณสินค้าคงคลังในตลาดเซี่ยงไฮ้ที่พุ่งทำสถิติสูงสุดจะเข้ามาจำกัดช่วงบวกของราคาในเบื้องต้น แต่มุมมองเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้างในระยะยาว ซึ่งเป็นผลพวงจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI และการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยพยุงราคาทองแดงไว้อย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่ากลุ่มคนงานที่โรงกลั่นทองแดงของบริษัทเกลนคอร์ (Glencore) ในออสเตรเลีย ได้ออกมาขู่นัดหยุดงานประท้วง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงเรื่องค่าจ้างกันไม่สำเร็จ