ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTข้าวโพดทิ้งดิ่ง -5.44% หลังยอดสต๊อกพุ่ง-ผลผลิตทุบสถิติใหม่

ข่าวต่างประเทศ Tuesday January 13, 2026 08:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (12 ม.ค.) ราคาสัญญาข้าวโพดร่วงลงไปแตะระดับราคาต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. หลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า ทั้งเกษตรกรและบริษัทตัวแทนค้าธัญพืชรายใหญ่มีปริมาณข้าวโพดสำรองในสต๊อกสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อนับถึงวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่สร้างสถิติใหม่ด้วยปริมาณผลผลิตที่มหาศาลเกินกว่าที่ทุกฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 24.25 เซนต์ หรือ -5.44% ปิดที่ 4.2150 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 6.00 เซนต์ หรือ -1.16% ปิดที่ 5.1125 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 13.50 เซนต์ หรือ -1.27% ปิดที่ 10.4900 ดอลลาร์/บุชเชล

ขณะเดียวกัน สัญญาถั่วเหลืองก็ปรับตัวลดลงหนัก เนื่องจากรายงานของ USDA ชี้ให้เห็นว่า ผลผลิตถั่วเหลืองจริงพุ่งสูงกว่าตัวเลขที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า พร้อมทั้งมีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การส่งออกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ ในปีนี้ลงอีกด้วย ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายที่กระหน่ำซ้ำเติมตลาด ในสภาวะที่สงครามการค้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับทางการจีนยังคงตึงเครียดจนทำให้ความต้องการจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลกซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด

นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยถ่วงที่ฉุดรั้งตลาดถั่วเหลืองไว้มากที่สุดก็คือเรื่องการส่งออก นอกจากนี้ ถั่วเหลืองที่ส่งออกจากบราซิลซึ่งเป็นคู่แข่งของสหรัฐฯ นั้นมีราคาถูกกว่ามาก

ทางด้านข้าวสาลีก็ปิดลบ โดยนักวิเคราะห์มองว่าราคาข้าวสาลีได้รับแรงกดดันต่อเนื่องมาจากตลาดข้าวโพด ประกอบกับมีข่าวว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวนั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้

หากย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่รายงานจะถูกเผยแพร่ออกมา สัญญาธัญพืชและถั่วเหลืองเคยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราว ขานรับข่าวที่จีนตกลงสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงช่วยให้ธัญพืชของสหรัฐฯ มีราคาถูกลงและดึงดูดใจผู้ซื้อในตลาดโลกมากขึ้น

นอกจากนี้ ราคาข้าวสาลียังเคยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องสภาวะแห้งแล้งในพื้นที่แถบเพลนส์ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เหล่าเทรดเดอร์ต่างระบุว่าแรงหนุนเหล่านั้นเหือดหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อต้องเผชิญกับตัวเลขพื้นที่เพาะปลูกจริงที่สูงขึ้น รวมถึงมุมมองที่ว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่าความแห้งแล้งจะทำความเสียหายต่อผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสภาพพืชโดยรวมในภูมิภาคยังคงดูดีอยู่

ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งจีน พบว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ม.ค.) ซิโนเกรน (Sinograin) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการธัญพืชของรัฐบาลจีน ได้ตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติมอย่างน้อย 10 ลำเรือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามคำมั่นสัญญาที่จะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ให้ครบ 12 ล้านเมตริกตันภายในสิ้นเดือนก.พ. นี้

นอกจากนี้ ในวันอังคาร (13 ม.ค.) ทางซิโนเกรนยังมีกำหนดการเปิดประมูลขายถั่วเหลืองนำเข้าในสต๊อกเดิมอีก 1.1 ล้านตัน เพื่อเร่งระบายคลังสินค้าให้ว่างพอสำหรับการรองรับถั่วเหลืองล็อตใหม่จากสหรัฐฯ ที่กำลังจะเดินทางมาถึง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ