ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (14 ม.ค.) ราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองเริ่มทรงตัวได้ หลังร่วงหนักแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่เทรดเดอร์กำลังประเมินปัจจัยรอบด้าน ทั้งคาดการณ์ผลผลิตสหรัฐฯ ที่สูงเกินคาด อุปสงค์จากจีน และแนวโน้มผลผลิตในอเมริกาใต้ ด้านราคาข้าวสาลีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังตลาดซบเซาลงจากแรงกดดันของข้อมูลพืชผลโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.)
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.25 เซนต์ หรือ +0.54% ปิดที่ 4.2200 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.00 เซนต์ หรือ +0.39% ปิดที่ 5.1250 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 3.75 เซนต์ หรือ +0.36% ปิดที่ 10.4250 ดอลลาร์/บุชเชล
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่าการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และความแข็งแกร่งของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาธัญพืชไว้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ USDA สร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลผลิตข้าวโพดสหรัฐฯ ปี 2568 ขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมระบุว่าปริมาณสต๊อกรายไตรมาสพุ่งสูงสุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่าการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองรอบล่าสุดของสหรัฐฯ มีปริมาณมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันก็ได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกของสหรัฐฯ และเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตของบราซิลขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดถั่วเหลืองยังได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องของจีน ภายใต้ข้อตกลงสงบศึกทางการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อปลายเดือนต.ค. แม้จะมีความกังวลว่าผลผลิตมหาศาลจากบราซิลอาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดและทำให้ความต้องการถั่วเหลืองสหรัฐฯ ลดลงในเร็ว ๆ นี้ก็ตาม