ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTถั่วเหลืองปิดบวก ขานรับเก็บเกี่ยวในอเมริกาใต้ล่าช้า เจรจาการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้า

ข่าวต่างประเทศ Thursday January 22, 2026 08:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (21 ม.ค.) สัญญาถั่วเหลืองปิดบวกโดยได้แรงหนุนจากการเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ล่าช้าในอเมริกาใต้ ขณะที่การหารือระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับจีนช่วยหนุนความเชื่อมั่นด้านการส่งออก และดึงความสนใจของตลาดออกจากกรณีข้อพิพาททางการทูตเรื่องกรีนแลนด์

ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 2.00 เซนต์ หรือ -0.47% ปิดที่ 4.2175 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 2.50 เซนต์ หรือ -0.49% ปิดที่ 5.0775 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 11.50 เซนต์ หรือ +1.09% ปิดที่ 10.6450 ดอลลาร์/บุชเชล

นักวิเคราะห์มองว่า ราคาถั่วเหลืองได้รับแรงหนุนจากการเก็บเกี่ยวในบราซิลที่เริ่มต้นอย่างล่าช้า โดยมีฝนตกลงมาเป็นระยะในพื้นที่ทางตอนเหนือของบราซิลจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในพื้นที่เพาะปลูก แต่คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบจนทำให้การเก็บเกี่ยวต้องหยุดชะงักรุนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับถ้อยแถลงของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่าการเจรจากับเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน เป็นไปในทิศทาง "บวก" ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังเรื่องอุปสงค์จากจีนอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้าชั่วคราวเมื่อปลายเดือนต.ค. ที่ผ่านมา โดยเบสเซนต์ยืนยันว่าฝ่ายจีนได้ดำเนินการตามพันธกรณีการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในระยะเริ่มต้นครบถ้วนแล้ว คิดเป็นปริมาณราว 12 ล้านตัน

ก่อนหน้านี้ ราคาถั่วเหลืองถูกกดดันจากความกังวลเรื่องนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่จะเรียกเก็บภาษีจากยุโรปเพื่อตอบโต้กรณีกรีนแลนด์ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดการเงิน

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินนั้น การอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้าที่เกิดความกังวลเรื่องกรีนแลนด์ เคยเป็นปัจจัยหนุนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของพืชผลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากตลาดซึมซับเนื้อหาจากสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ที่งานในเมืองดาวอส ซึ่งปัจจัยนี้เองที่กลับมาจำกัดช่วงบวกของราคาสัญญาธัญพืช

ในขณะที่อุปทานทั่วโลกที่ยังคงมีอยู่มากเป็นปัจจัยกดดันราคา แต่สภาพอากาศที่แห้งแล้งในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองของอาร์เจนตินา ประกอบกับอากาศที่หนาวเย็นในเขตปลูกข้าวสาลีแถบทะเลดำ ยังคงเป็นปัจจัยพยุงราคาเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เซตเซอร์ตั้งข้อสังเกตว่า สภาพอากาศในเขตเพลนส์ของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีความชื้นมากขึ้น ได้กลายเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาข้าวสาลีเพิ่มเติม

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานตัวเลขการตรวจสอบการส่งออกรายสัปดาห์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.) พบว่าปริมาณการส่งออกข้าวโพดสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนข้าวสาลีและถั่วเหลืองอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกรอบบนของตัวเลขคาดการณ์ ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นด้านอุปสงค์ในตลาดพืชผลสหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ