ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันศุกร์ (30 ม.ค.) สัญญาธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 2.50 เซนต์ หรือ -0.58% ปิดที่ระดับ 4.2825 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 3.50 เซนต์ หรือ -0.64% 5.3800 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 8 เซนต์ หรือ -0.75% ปิดที่ 10.6425 ดอลลาร์/บุชเชล
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.73% สู่ระดับ 96.989 เมื่อวันศุกร์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาธัญพืชซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
AgResource ระบุว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาดเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาสัญญาธัญพืชในวันศุกร์ โดยราคาถั่วเหลืองมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงอีก อันเนื่องมาจากผลผลิตถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในบราซิล นอกจากนี้ คาดว่าจะมีฝนตกในพื้นที่เพาะปลูกทางตอนใต้ของบราซิล ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาวะแห้งแล้งและอาจทำให้ผลผลิตปรับตัวสูงขึ้นด้วย
นักลงทุนจับตาผลกระทบของพายุหิมะและสภาพอากาศหนาวเย็นที่จะมีต่อการเพาะปลูกข้าวสาลีพันธุ์ฤดูหนาวในสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก StoneX ให้ความเห็นว่า อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอาจทำให้ข้าวสาลีราว 15% - 20% ของพื้นที่เพาะปลูกตกอยู่ในความเสี่ยง อย่างไรก็ดี คาดว่าอาจต้องใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์จึงจะเห็นผลกระทบทั้งหมดอย่างชัดเจน