ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (11 ก.พ.) สัญญาถั่วเหลืองปิดบวก โดยได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อทางเทคนิค รวมถึงความคาดหวังที่ว่าจีนจะมีความต้องการซื้อสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสัญญาถั่วเหลืองดีดตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.25 เซนต์ หรือ -0.29% ปิดที่ 4.2750 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 9.00 เซนต์ หรือ +1.70% ปิดที่ 5.3725 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.50 เซนต์ หรือ +0.13% ปิดที่ 11.2400 ดอลลาร์/บุชเชล
การฟื้นตัวของราคาสัญญาถั่วเหลืองสืบเนื่องมาจากการที่เทรดเดอร์ประเมินความเป็นไปได้ที่จีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก จะมีการสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า จีนได้เพิ่มเป้าหมายการรับซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานสถานการณ์ผลผลิตโลกรายเดือนของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) ที่ระบุว่า "มีรายงานว่า จีนกำลังพิจารณาที่จะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม"
แม้ว่าบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกถั่วเหลืองเบอร์หนึ่งของโลก จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตที่คาดว่าจะสูงเป็นประวัติการณ์และมีแนวโน้มจะครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แต่ความหวังที่ว่าจีนจะซื้อถั่วเหลืองล็อตใหม่จากสหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงสงบศึกทางการค้า ได้กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดเอาไว้
ทางด้านสัญญาข้าวสาลีพุ่งขึ้นแม้ไม่มีปัจจัยข่าวใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่เข้าซื้อคืนสถานะขาย (Short-covering) เพื่อลดความเสี่ยง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ถือครองสถานะขายสุทธิ (Net Short) เอาไว้ในปริมาณมาก
ส่วนสัญญาข้าวโพดปิดลบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากส่วนต่างราคา (Spreads) เมื่อเทียบกับถั่วเหลืองและข้าวสาลี โดยตลาดไม่ได้ขานรับรายงานของ USDA ที่ยืนยันยอดขายข้าวโพดของภาคเอกชนสหรัฐฯ จำนวน 230,560 เมตริกตัน ไปยังปลายทางที่ไม่เปิดเผยชื่อ