ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (24 ก.พ.) สัญญาถั่วเหลืองปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังความกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ ที่อาจกระทบยอดขายไปยังจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ คลี่คลายลงชั่วคราว
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.75 เซนต์ หรือ -0.40% ปิดที่ระดับ 4.3850 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 0.50 เซนต์ หรือ -0.09% ปิดที่ระดับ 5.7325 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5.50 เซนต์ หรือ +0.48% ปิดที่ระดับ 11.5525 ดอลลาร์/บุชเชล
นักวิเคราะห์ระบุว่า อุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งสำหรับถั่วเหลืองสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาด ขณะที่สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีปรับตัวลง
เทรดเดอร์ถั่วเหลืองจับตาปฏิกิริยาของจีน หลังจากเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีต่างตอบแทนทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ก่อนที่ทรัมป์ประกาศใช้อัตราภาษีทั่วไปใหม่ที่ 10% และต่อมาระบุว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 15%
เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า จีนกำลังติดตามนโยบายของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และจะตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสมว่าจะปรับมาตรการตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ หรือไม่ พร้อมระบุว่า จีนยินดีเข้าร่วมการหารืออย่างตรงไปตรงมาในการเจรจาเศรษฐกิจและการค้ารอบที่ 6 ระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่กำลังจะมีขึ้น
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในโหมดการเจรจาถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด
นอกจากนี้ ตลาดถั่วเหลืองคาดหวังจะเห็นแรงซื้อจากจีน ซึ่งเพิ่งกลับมาจากช่วงวันหยุดตรุษจีน
การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจีนจะขยายการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐฯ ต่อไปหรือไม่ หลังจากที่กลับมาซื้ออีกครั้งภายหลังจากการพักรบทางการค้าในช่วงปลายเดือนต.ค.
แรงกดดันด้านภาษีที่ลดลงจากฝั่งสหรัฐฯ อาจกระตุ้นให้จีนหันไปซื้ออุปทานจากบราซิล ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตทำสถิติสูงสุด อย่างไรก็ดี การแข่งขันในระยะสั้นจากบราซิลอาจถูกจำกัด เนื่องจากความคืบหน้าการเก็บเกี่ยวยังค่อนข้างล่าช้า
เทรดเดอร์สินค้าเกษตรรายหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวว่า ราคาถั่วเหลืองจะปรับขึ้นได้ไม่มาก เว้นแต่จะเห็นจีนเข้าซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังคงเลือกนำเข้าจากบราซิล ซึ่งมีราคาถูกกว่ามาก