ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (3 มี.ค.) สัญญาถั่วเหลืองแกว่งตัวผันผวนแต่สามารถปิดบวกได้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดน้ำมันดิบท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง ขณะที่สัญญาข้าวสาลีปรับตัวลงโดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ด้านสัญญาข้าวโพดปิดบวกเพียงเล็กน้อย
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 0.75 เซนต์ หรือ +0.17% ปิดที่ 4.4650 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 3.25 เซนต์ หรือ -0.56% ปิดที่ 5.7400 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 6.50 เซนต์ หรือ +0.56% ปิดที่ 11.7050 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาถั่วเหลืองปิดแดนบวกตามทิศทางราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่มักจะเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่ขยายวงกว้าง และภัยคุกคามต่อการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ได้กระตุ้นความกังวลว่าอุปทานจากภูมิภาคที่ผลิตพลังงานหลักแห่งนี้อาจหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ของจีนและการแข่งขันจากบราซิลยังคงเป็นปัจจัยสกัดกั้นช่วงบวกของราคา
สัญญาข้าวสาลีร่วงลงโดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และการสิ้นสุดของแรงซื้อคืนเพื่อปิดสถานะชอร์ต (short-covering) ที่เคยช่วยพยุงราคาไว้ในสัปดาห์ก่อน
นอกจากนี้ ราคาข้าวสาลียังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวของสหรัฐฯ ประกอบกับปริมาณผลผลิตข้าวสาลีที่ล้นตลาดโลก โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ความแห้งแล้งจะยังคงเป็นที่น่ากังวล แต่ฝนในเขตเพาะปลูกข้าวสาลีของสหรัฐฯ กำลังช่วยให้สภาพของพืชผลดีขึ้น
สำหรับสัญญาข้าวโพดปิดบวกได้เล็กน้อย โดยมีอุปสงค์ด้านการส่งออกที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยช่วยพยุงราคาไว้
ผู้เชี่ยวชาญในตลาดระบุว่า ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงการปรับโพสิชันการลงทุนขนานใหญ่ โดยจิม เกอร์แลค ประธานบริษัท A/C Trading กล่าวว่า "สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนเข้า ๆ ออก ๆ จากตลาด ไม่มีใครอยากจะเปิดสถานะ Long หรือ Short มากเกินไปในเวลานี้"