ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (9 มี.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัวลดลงทั้งกระดาน โดยถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิค หลังจากที่ราคาได้พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนหรือหลายปีในช่วงก่อนหน้านั้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการซื้อเก็งกำไรและการซื้อจากกลุ่มทุนต่าง ๆ
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 6.75 เซนต์ หรือ -1.47% ปิดที่ 4.5375 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 13.50 เซนต์ หรือ -2.19% ปิดที่ 6.0325 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 4.50 เซนต์ หรือ -0.37% ปิดที่ 11.9625 ดอลลาร์/บุชเชล
ก่อนหน้านี้ สัญญาถั่วเหลืองและข้าวสาลีเคยทะยานขึ้นบรรลุระดับสูงสุดในรอบ 21 เดือน ในขณะที่ข้าวโพดพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 เดือน ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา
ส่วนเมื่อวานนี้ ราคาธัญพืชปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดในช่วงข้ามคืน ท่ามกลางความวิตกในวงกว้างเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ประกอบกับผู้นำทั่วโลกกำลังพยายามคลี่คลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมัน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญยังคงถูกปิดตายแทบจะสิ้นเชิงก็ตาม
แม้ตลาดพลังงานจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อทิศทางราคาธัญพืชในระยะนี้ แต่เทรดเดอร์ยังคงจับตารายงานอุปสงค์และอุปทานพืชผลประจำเดือน (WASDE) จากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันอังคารนี้ (10 มี.ค.)
ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่า USDA จะปรับตัวเลขคาดการณ์อุปทานพืชผลของสหรัฐฯ และของโลกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ คาดว่า USDA อาจจะปรับลดคาดการณ์ผลผลิตถั่วเหลืองของบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่จะปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตข้าวโพดของบราซิลขึ้นแทน