ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (10 มี.ค.) สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรในตลาดธัญพืช หลังจากราคาเพิ่งพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนเมื่อวันก่อนหน้า
ในทางกลับกัน สัญญาถั่วเหลืองสามารถต้านทานแรงกดดันจากตลาดน้ำมันดิบและปิดบวกขึ้นได้ โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อขายส่วนต่างระหว่างตลาด (Intermarket spreading) ประกอบกับนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าจะเกิดความคืบหน้าในการเจรจาการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 1.50 เซนต์ หรือ -0.33% ปิดที่ 4.5225 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 12.25 เซนต์ หรือ -2.03% ปิดที่ 5.9100 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5.50 เซนต์ หรือ +0.46% ปิดที่ 12.0175 ดอลลาร์/บุชเชล
ก่อนหน้านี้ สัญญาข้าวโพดเคยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนเมื่อวันก่อนหน้า ขณะที่ทั้งถั่วเหลืองและข้าวสาลีต่างเคยทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2567 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงกว่า 13% ในวันอังคาร หลังจากที่เพิ่งทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ในช่วงก่อนหน้านั้น โดยราคาปรับตัวลงรับข่าวหลังจากปธน.ทรัมป์คาดการณ์ว่าสงครามกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์ว่าปัญหาอุปทานจะชะงักงันยืดเยื้อ
ตลาดธัญพืชได้รับผลกระทบจากความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง ซึ่งกระตุ้นให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดธัญพืชอย่างมหาศาล เนื่องจากพืชผลอย่างถั่วเหลืองและข้าวโพดเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
ขณะเดียวกัน รายงานอุปสงค์และอุปทานพืชผลประจำเดือน (WASDE) จากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่ตลาดจับตาดูอย่างใกล้ชิดและเพิ่งเปิดเผยในช่วงสาย แทบไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดแต่อย่างใด เนื่องจาก USDA ปรับตัวเลขคาดการณ์จากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เทรดเดอร์ในตลาดธัญพืชจึงหันกลับไปให้ความสนใจกับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ รวมถึงแนวโน้มการเพาะปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองในฤดูใบไม้ผลิของสหรัฐฯ ตลอดจนนโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพที่กำลังจะมีการอัปเดต
อาร์ลัน ซูเดอร์มาน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์จาก StoneX ระบุว่า ภาคส่วนธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันได้กลับมาให้ความสนใจกับปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทานอีกครั้งหลังมีการเผยแพร่รายงาน WASDE โดยขณะนี้ตลาดกำลังรอข้อกำหนดปริมาณการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ (RVO) ขั้นสุดท้ายจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) รอตัวเลขสต๊อกและพื้นที่เพาะปลูกในวันที่ 31 มี.ค. รวมถึงรอความชัดเจนเรื่องข้อตกลงการค้ากับจีน