ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (11 มี.ค.) สัญญาถั่วเหลืองปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง ขณะที่สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีก็กลับมาปิดบวกเช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงไปก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนต้องรับมือกับภาวะชะงักงันที่เป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 8.00 เซนต์ หรือ +1.77% ปิดที่ 4.6025 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 3.75 เซนต์ หรือ +0.63% ปิดที่ 5.9475 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 12.25 เซนต์ หรือ +1.02% ปิดที่ 12.1400 ดอลลาร์/บุชเชล
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนุนราคาถั่วเหลือง เนื่องจากน้ำมันถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่นเดียวกับข้าวโพดที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ขณะที่ข้าวสาลีมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเม็ดเงินลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงในวันอังคาร (10 มี.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าสงครามกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบวงกว้างต่อภาคพลังงานและการขนส่งยังคงอยู่ ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันและตลาดธัญพืชกลับมาฟื้นตัวได้ในวันพุธ
สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีสามารถฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากร่วงลงติดต่อกันสองวันทำการ โดยเทรดเดอร์ในตลาดแทบไม่ให้ความสนใจกับรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่เปิดเผยเมื่อวันอังคาร ซึ่งระบุว่าปริมาณข้าวโพดคงคลังทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ในทางกลับกัน สัญญาข้าวโพดกลับได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า เกษตรกรสหรัฐฯ จะลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดลงในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ เนื่องจากราคาปุ๋ยและเชื้อเพลิงกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลพวงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ชัค เชลบี ประธาน Risk Management Commodities ซึ่งทำฟาร์มอยู่ในรัฐอินดีแอนา เปิดเผยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตรกรบางรายที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินในช่วงเริ่มต้นฤดูเพาะปลูก ยังซื้อปุ๋ยไว้ไม่ครบตามจำนวนที่ต้องใช้ก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้น
"ในฐานะที่ผมเป็นเกษตรกร ผมรู้ดีว่ากำลังมีการสลับพื้นที่ปลูกข้าวโพดไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน" เชลบีกล่าวนอกจากนี้ เชลบียังระบุด้วยว่า แม้รายงานอุปสงค์และอุปทานพืชผลประจำเดือนของรัฐบาลจาก USDA จะไม่ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ใด ๆ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เขาเชื่อว่า "ผลกระทบกำลังเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ไม่ว่า USDA จะมองเห็นในตอนนี้หรือไม่ก็ตาม"