ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (18 มี.ค.) สัญญาธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อความต้องการข้าวโพดและถั่วเหลือง ผนวกกับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่กระตุ้นให้นักลงทุนเทเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ราคาข้าวสาลีขยับขึ้นรับข่าวภัยแล้งในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 9.25 เซนต์ หรือ +2.04% ปิดที่ 4.6325 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 14.50 เซนต์ หรือ +2.46% ปิดที่ 6.0425 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.75 เซนต์ หรือ +0.41% ปิดที่ 11.6175 ดอลลาร์/บุชเชล
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 5% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งที่บานปลายระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน รวมถึงการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจนบางพื้นที่ต้องระงับการผลิตชั่วคราว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลพลอยได้โดยตรงต่อตลาดพืชผลเกษตร เพราะเมื่อราคาน้ำมันดิบแพงขึ้น ความต้องการพลังงานทดแทน เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ ก็จะเพิ่มขึ้นตาม โดยในสหรัฐฯ นั้น เชื้อเพลิงชีวภาพผลิตจากข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นส่วนใหญ่
นอกจากปัจจัยด้านพลังงานแล้ว ทิศทางเงินเฟ้อยังเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญ โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนก.พ. ขยายตัวรุนแรงที่สุดในรอบ 7 เดือน จากต้นทุนภาคบริการและสินค้าหลายรายการที่แพงขึ้น และมีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นได้อีกหากไฟสงครามในตะวันออกกลางยังคงผลักดันให้ราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูง
สำหรับทิศทางของข้าวสาลีนั้น ปัจจัยหลักมาจากภาวะแห้งแล้งที่ยืดเยื้อในเขตที่ราบตอนใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาว