ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (25 มี.ค.) สัญญาถั่วเหลืองขยับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร ขณะที่สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานที่เป็นบวก แม้ว่าสัญญาน้ำมันดิบจะอ่อนตัวลงก็ตาม
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.75 เซนต์ หรือ +1.03% ปิดที่ 4.6725 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 7.75 เซนต์ หรือ +1.31% ปิดที่ 5.9775 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 16.75 เซนต์ หรือ +1.45% ปิดที่ 11.7175 ดอลลาร์/บุชเชล
ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 5% หลังจากสหรัฐฯ เสนอแผนยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยรายงานเกี่ยวกับแผนการ 15 ข้อของสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเห็นในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการเจรจากับรัฐบาลเตหะราน ได้จุดประกายความหวังให้กับนักลงทุนว่า สงครามระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล กับฝ่ายอิหร่าน จะคลี่คลายลง
โดยทั่วไปแล้ว ราคาธัญพืชและพืชน้ำมันมักเคลื่อนไหวตามความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในช่วงที่มีความขัดแย้ง ซึ่งสะท้อนถึงการนำข้าวโพดและน้ำมันถั่วเหลืองไปใช้ในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ รวมถึงความสนใจของนักลงทุนในการเข้าซื้อสินค้าเกษตรเพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ
สัญญาถั่วเหลืองร่วงลงจากระดับสูงสุดที่ทำไว้ในช่วงเริ่มเกิดสงคราม ทำให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดใจสำหรับการเข้าช้อนซื้อ โดยโจ เดวิส ผู้อำนวยการบริษัท Futures International ระบุว่า "เนื่องจากราคาปรับตัวลงมาไกลจากจุดสูงสุด จึงเป็นโอกาสดีที่จะกลับเข้าช้อนซื้อหลังจากที่ราคาย่อตัวลงมามาก"
ผู้ค้าธัญพืชกำลังรอดูทิศทางจากการทบทวนเป้าหมายการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดจะประกาศในช่วงสิ้นเดือนนี้ โดยอาจช่วยขยายความต้องการใช้วัตถุดิบ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง นอกจากนี้ ตลาดธัญพืชยังอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร จากความตึงเครียดในตลาดปุ๋ยที่สืบเนื่องมาจากภาวะสงคราม
ต้นทุนเชื้อเพลิงและราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเพาะปลูกของเกษตรกร ทำให้นักลงทุนต่างจับตารายงานคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูกของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่า เกษตรกรอาจลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเนื่องจากเป็นพืชที่ต้องใช้ต้นทุนปัจจัยการผลิตสูง ซึ่งประเด็นนี้ได้กลายเป็นปัจจัยพยุงราคาข้าวโพด ในขณะเดียวกัน ตลาดข้าวสาลีกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่พืชผลในสหรัฐฯ จะได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง กับภาวะอุปทานทั่วโลกที่มีอยู่อย่างเพียงพอ ดังที่เห็นได้จากการส่งออกของรัสเซียที่เพิ่มขึ้นในเดือนนี้