ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTราคาธัญพืชผันผวน ตลาดกังวลตะวันออกกลาง-รอข้อมูลเกษตรสหรัฐฯ

ข่าวต่างประเทศ Friday March 27, 2026 07:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัวผันผวน ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสัญญาณที่ขัดแย้งกันจากสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมทั้งรอปัจจัยพื้นฐานจากข้อมูลการเพาะปลูกและนโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพของสหรัฐ

ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 0.25 เซนต์ หรือ -0.05% ปิดที่ 4.67 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 7.25 เซนต์ หรือ +1.21% ปิดที่ 6.05 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2 เซนต์ หรือ +0.17% ปิดที่ 11.7375 ดอลลาร์/บุชเชล

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งยังคงหนุนราคาน้ำมันดิบในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ราคาน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของดอลลาร์ รวมถึงความระมัดระวังก่อนการประกาศข้อมูลภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ราคาธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันยังคงถูกจำกัดการปรับขึ้น

บรรดานักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ในการประกาศเป้าหมายเชื้อเพลิงชีวภาพฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ในงานที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนกลุ่มถั่วเหลือง

ขณะเดียวกัน ตลาดยังให้ความสนใจกับตัวเลขพื้นที่เพาะปลูกของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันอังคารหน้า โดยราคาปุ๋ยและเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้การตัดสินใจเพาะปลูกของเกษตรกรได้รับความสนใจมากขึ้น

ตลาดถั่วเหลืองยังประเมินแนวโน้มความต้องการจากจีนเพิ่มเติม หลังมีรายงานเมื่อวันพุธว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค. ตามกำหนดการใหม่

ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนราคาถั่วเหลืองในวันพุธ และกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับการสั่งซื้อใหม่จากจีนในกรอบการเจรจาการค้า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงระมัดระวัง เนื่องจากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนหันไปนำเข้าจากบราซิลมากขึ้น ขณะที่ประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่คาดว่าจะทำสถิติสูงสุด

ด้านตลาดข้าวสาลียังคงติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ราบของสหรัฐฯ โดยคาดการณ์ล่าสุดชี้ว่ามีโอกาสเกิดฝนตกจำกัดก่อนต้นเดือนเม.ย. และสภาพอากาศร้อนในสัปดาห์นี้อาจทำให้ภาวะแห้งแล้งรุนแรงขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ