ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTถั่วเหลืองพุ่งแตะไฮในรอบ 7 สัปดาห์ ขานรับน้ำมันดิบทะยาน-ดีมานด์โรงสกัด

ข่าวต่างประเทศ Tuesday May 5, 2026 08:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ธัญพืชปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง โดยเฉพาะสัญญาถั่วเหลืองที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ โดยเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับความต้องการใช้ถั่วเหลืองของโรงงานสกัดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ข้าวโพดและข้าวสาลีปรับตัวขึ้นตามปัจจัยราคาน้ำมันและแรงกดดันจากสภาพอากาศในสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก

ทั้งนี้ สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 3.25 เซนต์ หรือ +0.51% ปิดที่ 6.4100 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 5.50 เซนต์ หรือ +1.15% ปิดที่ 4.8575 ดอลลาร์/บุชเชล ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 19.50 เซนต์ หรือ +1.62% ปิดที่ 12.2275 ดอลลาร์/บุชเชล

สำหรับสัญญาถั่วเหลือง ปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการที่แข็งแกร่งจากโรงงานสกัดถั่วเหลือง ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ

ด้านสัญญาข้าวโพดขยับขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากความกังวลว่า ฝนที่ตกหนักอาจทำให้เกษตรกรในสหรัฐฯ เริ่มเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิได้ล่าช้ากว่ากำหนด

ขณะที่สัญญาข้าวสาลีมีการแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีฝนตกในเขตปลูกข้าวสาลีที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่าฝนอาจตกช้าเกินไปสำหรับบางพื้นที่ ซึ่งภัยแล้งได้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวจนไม่สามารถฟื้นฟูได้แล้ว

จิม เกอร์ลัค ประธานบริษัท A/C Trading ให้ความเห็นว่า "มีรายงานออกมาอีกครั้งว่าจะมีฝนตกลงมาในพื้นที่ที่กำลังต้องการน้ำ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ มันสายเกินแก้ไปแล้วหรือไม่"

หากย้อนดูสัญญาข้าวสาลีที่มีการซื้อขายสูงสุด พบว่าเมื่อวันพุธที่แล้ว (29 เม.ย.) ราคาเคยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี เนื่องจากตลาดกังวลว่าภัยแล้งที่ยาวนานและสภาพอากาศหนาวจัดจะทำให้ผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวชนิดฮาร์ดเรดวินเทอร์ (Hard Red Winter) ในสหรัฐฯ ลดลง

ทั้งนี้ เทรดเดอร์กำลังรอติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพไร่นาจากรายงานพืชผลรายสัปดาห์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ซึ่งจะเผยแพร่หลังปิดตลาดวันจันทร์ เพื่อประเมินความคืบหน้าในการเพาะปลูก โดยเฉพาะในเขตปลูกธัญพืชตอนกลางและตะวันออกของสหรัฐฯ ที่เกษตรกรบางส่วนยังไม่สามารถเริ่มปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองได้ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีความชื้นสูง

ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาธัญพืชในภาพรวมคือ การทะยานขึ้นของราคาน้ำมันดิบท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล กับฝ่ายอิหร่าน เนื่องจากข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยราคาน้ำมันดิบปรับพุ่งขึ้นราว 6% เมื่อวันจันทร์ หลังจากอิหร่านยกระดับการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือขนส่งในอ่าวตะวันออกกลางในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเผชิญหน้าครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ