ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน โดยราคาข้าวสาลีพุ่งแตะขีดจำกัดการซื้อขายรายวัน หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) คาดว่าเกษตรกรในเขตที่ราบเกรตเพลนส์จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2500 เนื่องจากประสบภัยแล้งรุนแรง
สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 4.75 เซนต์ หรือ +1.00% ปิดที่ 4.8000 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 45.00 เซนต์ หรือ +7.10% ปิดที่ 6.7900 ดอลลาร์/บุชเชล สูงสุดนับตั้งแต่ต.ค. 2567 และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 13.75 เซนต์ หรือ +1.13% ปิดที่ 12.2675 ดอลลาร์/บุชเชล
ทั้งนี้ ในวันพุธ (13 พ.ค.) จะมีการขยายขีดจำกัดการซื้อขายเพิ่มเป็น 70 เซนต์
ภัยแล้งในเขตเกรตเพลนส์ตอนใต้ส่งผลกระทบหนักต่อแหล่งปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวพันธุ์ Hard Red Winter สำหรับทำขนมปัง ขณะที่เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
รายงานคาดการณ์ผลผลิตฉบับแรกของ USDA ระบุว่า ผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวพันธุ์ Hard Red Winter ของสหรัฐฯ ปี 2569 จะลดลงเหลือ 515 ล้านบุชเชล ซึ่งต่ำสุดในรอบ 69 ปี ส่วนผลผลิตข้าวสาลีรวมทั้งประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ 1.561 พันล้านบุชเชล ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2515
ขณะนี้กลุ่มโรงโม่ เกษตรกร และตัวแทนจำหน่ายกำลังลงพื้นที่สำรวจทุ่งข้าวสาลีในรัฐแคนซัสเพื่อประเมินผลผลิตประจำปี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ดันให้ราคาข้าวสาลียิ่งพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังดันให้ราคาเชื้อเพลิงและปุ๋ยแพงขึ้น ซ้ำเติมเกษตรกรสหรัฐฯ ที่เดือดร้อนจากภาวะการค้าชะงักงันในช่วงศึกกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ก่อนแล้ว
ด้านผู้สังเกตการณ์ตลาดคาดว่า จีนกับสหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงด้านการเกษตรในการประชุมสุดยอดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยให้จีนสั่งซื้อธัญพืชเพิ่มขึ้น แม้จะมองว่าโอกาสสั่งซื้อถั่วเหลืองล็อตใหญ่เพิ่มเติมนั้นมีน้อย
ส่วนสต๊อกถั่วเหลืองปลายปี 2569/2570 ของสหรัฐฯ USDA คาดไว้ที่ 310 ล้านบุชเชล ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 364 ล้านบุชเชล พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ปริมาณถั่วเหลืองเข้าสู่กระบวนการสกัดน้ำมันของปี 2568/2569