ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) สัญญาถั่วเหลืองดิ่งลง หลังตลาดมีความหวังลดลงที่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลก จะตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม อันเป็นผลจากการเจรจาการค้าระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 13.25 เซนต์ หรือ -2.76% ปิดที่ 4.6750 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 17.50 เซนต์ หรือ -2.59% ปิดที่ 6.5800 ดอลลาร์/บุชเชล หลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2567 และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 36.50 เซนต์ หรือ -2.97% ปิดที่ 11.9250 ดอลลาร์/บุชเชล
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงการซื้อสินค้าที่จีนมีอยู่แล้วนั้นหมายความว่า ประเด็นถั่วเหลืองได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่ง
ถั่วเหลืองถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ไปยังจีน และมีบทบาทสำคัญในการเจรจาการค้าทั้งในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกและสมัยที่สอง
ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสอง มีทั้งนักวิเคราะห์และนักลงทุนบางส่วนที่มองว่า จีนอาจไม่เพิ่มเป้าหมายการนำเข้าจากข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อเดือนต.ค.ปีก่อน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคาดหวังว่าจีนจะซื้อเพิ่ม
นักวิเคราะห์ของ Allendale กล่าวว่า ขณะนี้จีนยังไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานว่า ผู้ส่งออกสามารถขายถั่วเหลืองสหรัฐฯ จำนวน 252,000 เมตริกตันให้แก่ผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยชื่อ
ขณะเดียวกัน สัญญาข้าวโพดและข้าวสาลีก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยนักลงทุนระบุว่า ความผิดหวังต่อผลการเจรจาการค้ากลบความหวังเกี่ยวกับอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายที่จะอนุญาตให้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีเอทานอล 15% ได้ตลอดทั้งปีทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำคัญของผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
เทรดเดอร์ของ CHS Hedging กล่าวว่า การไม่มีข้อตกลงการค้าใหม่กับจีน กำลังทำลายบรรยากาศเชิงบวกต่อข้าวโพดจากปัจจัยหนุนของ E15
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนบางส่วนคาดว่า จีนอาจเพิ่มการนำเข้าข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลีสำหรับโม่แป้ง รวมถึงเนื้อวัวและสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ โดยรอดูว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาหรือไม่ ก่อนที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ จะเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง
ด้านสัญญาข้าวสาลีปิดลดลง หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2567 จากความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้งรุนแรงในสหรัฐฯ
คณะสำรวจพืชผลในการเดินสายประเมินคุณภาพข้าวสาลีประจำปีของ Wheat Quality Council ระบุว่า ผลผลิตข้าวสาลีในรัฐแคนซัส ซึ่งเป็นรัฐผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ที่ 38.9 บุชเชลต่อเอเคอร์ เนื่องจากภาวะแห้งแล้งรุนแรง