ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัวลงทั้งกระดาน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน รวมทั้งประเด็นการค้ากับจีน ก่อนวันหยุด Memorial Day ของสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (25 พ.ค.)
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 3.50 เซนต์ หรือ -0.75% ปิดที่ 4.6225 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 13 เซนต์ หรือ -1.97% ปิดที่ 6.4750 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 5.50 เซนต์ หรือ -0.46% ปิดที่ 11.9425 ดอลลาร์/บุชเชล
ขณะเดียวกัน ตลาดถูกกดดันจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อผลผลิตในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ และเพิ่มโอกาสได้ผลผลิตที่ดี
ดอน รูส ประธานบริษัท U.S. Commodities กล่าวว่า นักลงทุนยังขาดความชัดเจนจากการเจรจาการค้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง รวมถึงยังมีความกังวลต่อทิศทางของสงครามอิหร่าน
หลังการประชุม ทำเนียบขาวระบุว่า จีนตกลงจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มอีกปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจากข้อตกลงซื้อถั่วเหลืองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่มีอยู่เดิม แต่จีนไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักในแถลงการณ์หลังการประชุม
รูสกล่าวว่า สิ่งที่ตลาดได้ยินมีเพียงว่าทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการจัดทำข้อตกลงกรอบความร่วมมือ ซึ่งตลาดยังค่อนข้างสงสัยต่อความคืบหน้าดังกล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทพยากรณ์อากาศ Vaisala ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาได้ช่วยเพิ่มความชื้นในดินในแถบมิดเวสต์ ซึ่งเอื้อต่อการงอกของพืชในระยะแรก และอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติในพื้นที่ตอนเหนือของมิดเวสต์ในสัปดาห์หน้าจะช่วยเร่งการเติบโตช่วงต้นของพืชผล
นักลงทุนยังจับตาโอกาสเกิดฝนในพื้นที่เพาะปลูกของสหรัฐฯ ที่เผชิญภัยแล้ง หลังสภาพอากาศแห้งแล้งต่อเนื่องหลายเดือนทำให้ดินในไร่ข้าวสาลีแตกระแหง และพืชผลเติบโตได้ไม่เต็มที่
ด้านจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลกนั้นนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบรายปี หลังสินค้าที่จีนสั่งซื้อภายหลังกลับมานำเข้าจากสหรัฐฯ อีกครั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว ทยอยเดินทางถึงท่าเรือจีน