ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTธัญพืชปิดลบทั้งกระดาน รับฤดูเก็บเกี่ยว-ราคาน้ำมันดิบร่วง

ข่าวต่างประเทศ Thursday May 28, 2026 08:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (27 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัวลงทั้งกระดาน โดยได้รับแรงกดดันจากผลผลิตฤดูกาลใหม่ของซีกโลกเหนือที่จ่อเข้าสู่ตลาด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนักเป็นปัจจัยลบซ้ำเติม

สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 5.00 เซนต์ หรือ -1.09% ปิดที่ 4.5250 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 13.00 เซนต์ หรือ -2.05% ปิดที่ 6.2250 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 0.75 เซนต์ หรือ -0.06% ปิดที่ 11.8525 ดอลลาร์/บุชเชล

สัญญาข้าวสาลีดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เนื่องจากกลุ่มเทรดเดอร์มองข้ามรายงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ค.) ซึ่งระบุว่าผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวของสหรัฐฯ ที่มีสภาพสมบูรณ์ดีถึงดีเยี่ยม มีสัดส่วนเพียง 26% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และนับเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลานี้ของปี เนื่องจากตลาดย้ายความสนใจไปที่แนวโน้มผลผลิตระลอกใหม่จากฝั่งซีกโลกเหนือที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทดแทน

จิม เกอร์ลัค ประธานบริษัท A/C Trading แสดงความเห็นว่า "ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว และตลาดได้รับรู้ปัจจัยลบเรื่องผลผลิตเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว ความจริงก็คือ ตราบใดที่ยังไม่มีความเสียหายร้ายแรงจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างออสเตรเลีย ตลาดก็ยังคงมีปริมาณข้าวสาลีป้อนเข้ามาอย่างเพียงพอ ดังนั้น การผลักดันราคาให้ทะยานขึ้นในช่วงใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก"

ด้านสัญญาข้าวโพดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยทั้งสองต่างเผชิญแรงกดดันจากการทรุดตัวของราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ

ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 4% ในวันพุธ หลังจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าตรวจพบร่างกรอบข้อตกลงเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เพื่อยุติข้อพิพาทและเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

นอกจากนี้ ตลาดยังคงจับตาดูการสั่งซื้อพืชผลจากจีน โดยทำเนียบขาวเปิดเผยภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำของทั้งสองประเทศว่า จีนจะนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ