ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัวขึ้นทั้งกระดาน หลังนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจเกี่ยวกับแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และช่วยหนุนราคาพืชผลที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 3.25 เซนต์ หรือ +0.72% ปิดที่ 4.5575 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.5 เซนต์ หรือ +0.24% ปิดที่ 6.2400 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 9.25 เซนต์ หรือ +0.78% ปิดที่ 11.9450 ดอลลาร์/บุชเชล
นักวิเคราะห์จาก Hightower Report กล่าวว่า ตลาดธัญพืชกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของราคาพลังงาน แต่ความผันผวนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้ตลาดเริ่มตอบสนองต่อข่าวสารน้อยลง
ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนประเมินสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการยุติสงครามอิหร่านที่ดำเนินมานาน 3 เดือน รวมถึงการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยปริมาณการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม
นอกจากแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองยังได้รับแรงสนับสนุนจากการประท้วงหยุดงานระยะสั้นของแรงงานในอุตสาหกรรมเมล็ดพืชน้ำมันของอาร์เจนตินา
แม้การประท้วงจะยุติลงภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเริ่มต้น แต่ก็สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงานบดและแปรรูปถั่วเหลืองในอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองแปรรูปรายใหญ่ที่สุดของโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดได้รับรู้ปัญหาคุณภาพข้าวสาลีสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งไปมากแล้ว และขณะนี้ตลาดเริ่มหันไปกังวลแรงกดดันจากผลผลิตฤดูเก็บเกี่ยว รวมถึงภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก
บริษัทที่ปรึกษา Sovecon ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลผลิตข้าวสาลีปี 2569 ของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก สู่ระดับ 90.3 ล้านตัน จากเดิม 89.7 ล้านตัน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดข้าวสาลีกำลังเผชิญแรงกดดันตามปัจจัยฤดูกาลในเชิงลบ ขณะที่ราคาข้าวสาลีสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแข่งขันด้านการส่งออกได้ ทำให้การอ่อนตัวของราคาไม่ได้ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ส่งออกใหม่ ๆ