ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTธัญพืชปิดลบยกแผง หลังสภาพอากาศดีเอื้อการเพาะปลูก

ข่าวต่างประเทศ Thursday June 4, 2026 08:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพุธ (3 มิ.ย.) สัญญาธัญพืชต่างปรับตัวลงถ้วนหน้า เนื่องจากพยากรณ์สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ประกอบกับสภาพอากาศทั่วโลกที่ดีขึ้น และการเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวสาลีในซีกโลกเหนือได้สร้างแรงกดดันต่อตลาด

ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9.00 เซนต์ หรือ -2.04% ปิดที่ 4.3150 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 15.75 เซนต์ หรือ -2.61% ปิดที่ 5.8725 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 11.25 เซนต์ หรือ -0.97% ปิดที่ 11.5400 ดอลลาร์/บุชเชล

อาร์ลัน ซูเดอร์มาน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์จากบริษัท StoneX กล่าวถึงภาพรวมตามฤดูกาลว่า "ช่วงนี้เป็นจังหวะตามฤดูกาลที่ธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันมักจะเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านราคาถ้าหากไม่มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่ชัดเจน และในตอนนี้กลุ่มกองทุนก็ยังไม่เห็นแววว่าสภาพอากาศจะมีปัญหาอะไรเลย"

สำหรับสถานการณ์สภาพอากาศปัจจุบันนั้น สำนักพยากรณ์อากาศ Commodity Weather Group ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาประปรายและอุณหภูมิที่ไม่ร้อนจัดในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ช่วยลดความกังวลเรื่องความแห้งแล้งต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพดและถั่วเหลืองในช่วง 16-30 วันข้างหน้า

นอกจากนี้ ทางสำนักฯ ระบุว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์ในอาร์เจนตินาอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในไร่นาชั่วคราว แต่จะช่วยเพิ่มความชื้นในดินสำหรับการเพาะปลูกข้าวสาลีได้เป็นอย่างดี

ขณะที่สำนักพยากรณ์อากาศ Vaisala ระบุว่า ความกังวลเรื่องอากาศร้อนและแห้งแล้งในยุโรปก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากมีฝนตกลงมาในบางพื้นที่

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบที่ขยับตัวสูงขึ้นจากการปะทะกันระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังไม่มีความคืบหน้า ได้ช่วยพยุงไม่ให้ราคาธัญพืชร่วงลงไปหนักกว่าที่เป็นอยู่ โดยนักวิเคราะห์จาก Argus Media มองว่าความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอีกครั้งได้ทำให้ความหวังเรื่องสันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซต้องมืดมนลงไป

โดยปกติแล้วตลาดธัญพืชอาจเคลื่อนไหวตามความผันผวนของราคาน้ำมันได้บ้าง เนื่องจากพืชผลบางส่วนถูกนำไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่ตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ราคาธัญพืชเริ่มตอบสนองต่อราคาน้ำมันดิบน้อยลง เนื่องจากปัจจัยด้านปริมาณผลผลิตตามฤดูกาลที่กำลังออกมานี้เริ่มเข้ามามีน้ำหนักต่อตลาดมากกว่า

ทั้งนี้ บรรดาเทรดเดอร์ในตลาดยังคงจับตาดูว่า ความต้องการซื้อในตลาดจะฟื้นตัวกลับมาหรือไม่หลังจากที่ราคาได้ปรับตัวลงแล้ว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ