ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) สัญญาถั่วเหลืองและข้าวโพดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกในสหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง ยังคงกระตุ้นแรงขายในตลาด ขณะเดียวกัน สัญญาข้าวสาลีปรับตัวลงเช่นกัน หลังฝนที่ตกในพื้นที่ราบเกรตเพลนส์ของสหรัฐฯ ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศ และการเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยวได้เพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานเข้าสู่ตลาด
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 7.00 เซนต์ หรือ -1.62% ปิดที่ 4.2450 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 5.50 เซนต์ หรือ -0.94% ปิดที่ 5.8175 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 24.50 เซนต์ หรือ -2.12% ปิดที่ 11.2950 ดอลลาร์/บุชเชล
สัญญาข้าวสาลีปรับตัวลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่าอุปทานข้าวสาลีทั่วโลกจะมีปริมาณมาก ทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคา
ตลาดข้าวสาลียังคงถูกกดดันจากการเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวสาลีฤดูหนาวของสหรัฐฯ และแนวโน้มผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในรัสเซีย ผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ซึ่งตอกย้ำมุมมองว่าอุปทานข้าวสาลีโลกจะยังคงอยู่ในระดับสูง
สัญญาถั่วเหลืองร่วงลงอย่างหนักและปรับตัวลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกและการเติบโตของพืชผล ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลง
Commodity Weather Group ซึ่งเป็นบริษัทพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและฝนที่ตกในภูมิภาคมิดเวสต์ของสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่แปลงปลูกถั่วเหลืองที่เพิ่งเพาะปลูกในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันร่วงลงราว 3% จากความหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะยุติลง ซึ่งอาจนำไปสู่การกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ส่งผลให้แรงกดดันด้านอุปทานพลังงานผ่อนคลายลง
สัญญาถั่วเหลืองมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ