ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOTถั่วเหลืองปิดทรงตัว ข้าวสาลี-ข้าวโพดร่วงลงเป็นวันที่ 3

ข่าวต่างประเทศ Wednesday June 24, 2026 08:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (23 มิ.ย.) สัญญาถั่วเหลืองปิดตลาดในระดับที่แทบจะทรงตัว หลังจากที่ร่วงลงมาถึง 2 วันทำการติดต่อกัน โดยได้รับปัจจัยจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ผนวกกับท่าทีของกลุ่มเทรดเดอร์ที่ยังคงประเมินสภาวะอากาศในสหรัฐฯ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนแนวโน้มการส่งออก ในขณะที่สัญญาข้าวสาลีและข้าวโพดนั้นปรับตัวลดลงเป็นวันทำการที่ 3 ติดต่อกัน เหตุเพราะนักลงทุนต่างพิจารณาถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังมีมุมมองที่ผิดแผกกันในประเด็นการตรวจสอบนิวเคลียร์และการนำเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้มาใช้ประโยชน์

สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.75 เซนต์ หรือ -0.43% ปิดที่ระดับ 4.0975 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 10.50 เซนต์ หรือ -1.73% ปิดที่ระดับ 5.9700 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. ขยับขึ้น 0.25 เซนต์ หรือ +0.02% ปิดที่ระดับ 11.4175 ดอลลาร์/บุชเชล

บรรดาเทรดเดอร์ในตลาดต่างระบุว่า ข่าวคราวความต้องการทางด้านการส่งออกนั้นเป็นฐานที่ช่วยพยุงไม่ให้ราคาข้าวโพดตกต่ำลงไปกว่านี้ โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้รายงานผ่านระบบข้อมูลประจำวันว่า ผู้ส่งออกได้ตกลงขายข้าวโพดสหรัฐฯ ปริมาณ 100,000 เมตริกตันให้แก่เม็กซิโก ในจำนวนนี้แบ่งเป็นข้าวโพดจากฤดูกาลเก่า 30,000 ตัน และข้าวโพดจากฤดูกาลใหม่จำนวน 70,000 ตัน

เหล่านักวิเคราะห์แห่งตลาดให้ความเห็นว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดในวันอังคารส่วนหนึ่งเป็นภาพสะท้อนของการเทขายเก็งกำไร และการปรับสถานะของนักลงทุนเพื่อเตรียมรับมือกับวันเริ่มแจ้งส่งมอบสินค้า โดยเทรดเดอร์ต่างเร่งปิดสถานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่จะหมดอายุลง และเลื่อนสถานะสัญญาออกไป ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่กลุ่มกองทุนได้ลดสถานะซื้อสุทธิจำนวนมหาศาลในสัญญาข้าวโพด CBOT ลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะประจวบเหมาะแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมให้ราคาร่วงหล่นลงมา

เทรดเดอร์ธัญพืชยังคงชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงต่อผลผลิตอันเป็นผลพวงของปรากฏการณ์เอลนีโญกับปัจจัยกดดันอันเกิดจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และความคาดหมายที่ว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ตลาดต่างชี้ว่า ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ความต้องการส่งออกชะลอตัวลง และสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ