UN เผยดัชนีราคาอาหารทั่วโลกปี 57 ลดลงติดกันปีที่ 3 เหตุอุปทานสูงขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ 9 มกราคม พ.ศ. 2558 14:31 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีราคาอาหารซึ่งรวบรวมโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปรับตัวลดลงในเดือนธันวาคม และปรับตัวลงในปี 2557 แสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทุกประเภท ยกเว้นเนื้อสัตว์ ปรับตัวลงต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว

สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงดัชนี FAO ล่าสุดในการแถลงข่าวประจำวันว่า "ดัชนีราคาสินค้าประเภทธัญพืช, น้ำมันพืช, ผลิตภัณฑ์จากนม และน้ำตาลต่างก็ปรับตัวลดลงในปี 2557 โดยมีสาเหตุมาจากอุปทานจำนวนมาก และสต็อกสินค้าที่มีมากเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับเงินดอลลาร์แข็งค่า และราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนัก"

ทั้งนี้ FAO ระบุว่า ดัชนีราคาอาหารของ FAO ซึ่งครอบคลุมถึงการสำรวจราคาธัญพืช เนื้อสัตว์ น้ำมันพืช และน้ำตาลในตลาดโลกนั้น ปรับตัวลดลง 1.7% ในเดือนธันวาคม ส่วนดัชนีราคาอาหารในปี 2557 ปรับตัวลงทั้งสิ้น 3.7% จากปี 2556

ราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวลง 1.9% ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าส่งผลต่อราคาเนื้อวัวและเนื้อแกะจากหมู่เกาะโอเชียเนีย รวมถึงเนื้อหมูจากยุโรป อย่างไรก็ตาม ราคาเนื้อสัตว์ตลอดปี 2557 ปรับตัวขึ้น 8.7%

ดัชนีราคาน้ำตาลปรับตัวลดลง 4.8% ในเดือนธันวาคม โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากอุปทานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้ความต้องการอ้อยซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเอธานอลนั้น ปรับตัวลดลงด้วย

ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงส่งกระทบในด้านลบต่อสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงน้ำตาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงน้ำมันปาล์มด้วย

ส่วนดัชนีราคาธัญพืชร่วงลง 12.5% ในปี 2557 เนื่องจากคาดการณ์ที่ว่าปริมาณการผลิตธัญพืชจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก และสต็อกสินค้าที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นเนื่องจากตลาดกังวลว่า รัสเซียอาจจะคุมเข้มด้านการส่งออก แม้ว่าการที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจะช่วยสกัดการส่งออกไม่ให้สูงขึ้นก็ตาม

นอกจากนี้ ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์จากนมปรับตัวลดลงจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552 เนื่องจากจีนและรัสเซียลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์นม ซึ่งทำให้ตลาดโลกมีอุปทานผลิตภัณฑ์จากนมเป็นปริมาณมาก โดยผลิตภัณฑ์จากนมที่ปรับตัวลงมากที่สุดได้แก่ นมผง, เนย และชีส สำนักข่าวซินหัวรายงาน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ