ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดลบ 10 เซนต์ จับตาประชุมโอเปกพลัส, เจรจารัสเซียยูเครน

ข่าวต่างประเทศ Saturday November 29, 2025 07:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดเล็กน้อยในวันศุกร์ (28 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่อราคาน้ำมันท่ามกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียยูเครนที่ยืดเยื้อ รวมถึงติดตามการประชุมของโอเปกพลัสในวันอาทิตย์นี้เพื่อหาสัญญาณการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิต

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.17% ปิดที่ 58.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 62.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

แม้สัญญาน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นราว 1% ตลอดทั้งสัปดาห์ แต่ทั้งสองสัญญายังคงปิดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 เพราะตลาดคาดการณ์ว่าอุปทานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจนกดดันราคา

ข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่เผยแพร่ในวันศุกร์ระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ย. ทำให้ตลาดกังวลมากขึ้นว่าภาวะส่วนเกินอาจรุนแรงขึ้น โดยการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 44,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนดังกล่าว แตะระดับสถิติ 13.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ 35 รายคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยในปี 2569 อยู่ที่ 62.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากคาดการณ์ในเดือนต.ค. ที่ 63.15 ดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อมูลของ LSEG ชี้ว่า ปี 2568 น้ำมันดิบเบรนท์มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 68.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สัญญาณที่ว่าการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซียอาจใกล้บรรลุผลเป็นแรงกดดันให้ราคาน้ำมันร่วงแรงเมื่อต้นสัปดาห์ แต่ราคาฟื้นตัวขึ้นตลอดสามวันที่ผ่านมา หลังการเจรจายังคงยืดเยื้อ โดยปัจจัยที่นักลงทุนจับตามองคือความไม่แน่นอนของข้อตกลง ซึ่งหากไม่เกิดขึ้นจริงอาจทำให้มาตรการคว่ำบาตรต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซียเข้มงวดขึ้นอีก

โอเปกพลัสมีแนวโน้มคงระดับการผลิตในการประชุมในวันอาทิตย์นี้ และจะหารือกลไกประเมินกำลังการผลิตสูงสุดของแต่ละประเทศ

ด้านซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะปรับลดราคาขายน้ำมันดิบสำหรับลูกค้าเอเชียในเดือนม.ค. เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดและแนวโน้มผลผลิตส่วนเกิน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ