สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันอังคาร (6 ม.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดหลังมีรายงานคาดการณ์ว่าภาวะอุปทานในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินความไม่แน่นอนนอนเกี่ยวกับผลผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารและจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.19 ดอลลาร์ หรือ 2.04% ปิดที่ 57.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.72% ปิดที่ 60.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2568 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 900,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตในอดีตที่ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนอุปทานน้ำมันจากกลุ่มโอเปกเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรล/วัน และอุปทานจากนอกกลุ่มโอเปกเพิ่มขึ้นประมาณ 2.4 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 - 2568 ซึ่งหมายความว่าเมื่อเข้าสู่ปี 2569 นั้น อุปทานน้ำมันจากทั้งสองแหล่งจะอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก และอาจทำให้ตลาดน้ำมันมีอุปทานส่วนเกินมากถึง 3 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
ขณะที่ฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ JPMorgan ระบุว่า ภาวะน้ำมันล้นตลาดจะดำเนินต่อไปในปี 2569 และ 2570 เนื่องจากอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการใช้น้ำมัน โดยอัตราการขยายตัวของอุปทานจะสูงกว่าอุปสงค์ถึง 3 เท่าในปี 2569
นักลงทุนประเมินสถานการณ์การผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาหลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. พร้อมกับจับกุมตัวปธน.มาดูโรและภรรยา โดยสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่แน่นอนต่อเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะการเปลี่ยนผ่านอำนาจจะเป็นไปอย่างราบรื่น และบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จะเข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา
คณะบริหารของทรัมป์มีแผนที่จะจัดการประชุมเพื่อพบปะกับบรรดาผู้บริหารจากบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา โดยการประชุมดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากต่อความคาดหวังของรัฐบาลในการดึงบริษัทน้ำมันชั้นนำของสหรัฐฯ กลับเข้าสู่เวเนซุเอลาอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลเวเนซุเอลาได้เข้ายึดกิจการพลังงานที่นำโดยสหรัฐฯ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนหน้านี้