ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดลบ $1.26 หลังทรัมป์ลดแข็งกร้าวประเด็นกรีนแลนด์-อิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Friday January 23, 2026 06:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลงในประเด็นกรีนแลนด์และอิหร่าน รวมทั้งความเคลื่อนไหวเชิงบวกที่อาจนำไปสู่ทางออกในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ 2.08% ปิดที่ 59.36 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.18 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 64.06 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครองกรีนแลนด์ แต่จะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครอง นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ และมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้ร่วมกันจัดทำ "กรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์" โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้รับสิทธิในการเข้าถึงกรีนแลนด์อย่างเบ็ดเสร็จและถาวรภายใต้ข้อตกลงกับนาโต ขณะที่เลขาธิการนาโตระบุว่า บรรดาชาติพันธมิตรของนาโตจะต้องยกระดับการให้ความสำคัญต่อความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากรัสเซียและจีน

ส่วนในประเด็นอิหร่านนั้น ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะไม่มีการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน แต่หากอิหร่านกลับมาเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง สหรัฐฯ ก็จะใช้มาตรการดังกล่าว ทั้งนี้ อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก

ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน หลังจากปธน.ทรัมป์ได้พบปะเจรจากับปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดยทั้งปธน.ทรัมป์และปธน.เซเลนสกีกล่าวว่า การเจรจาเป็นไปในทางที่ดี และกระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงครามยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ หากการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนประสบความสำเร็จ ก็จะปูทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ บังคับใช้ต่อรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันในตลาดได้

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 ม.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 5.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 200,000 บาร์เรล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ