สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 8% ในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นได้ส่งผลให้อุปทานและการขนส่งน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงัน ซึ่งทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่บางรายในตะวันออกกลางต้องลดกำลังการผลิต
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 6.35 ดอลลาร์ หรือ 8.51% ปิดที่ 81.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.01 ดอลลาร์ หรือ 4.93% ปิดที่ 85.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 6 นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และทำให้อิหร่านออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง โดยล่าสุดกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ในบริเวณตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ส่งผลให้เรือลำดังกล่าวเกิดเพลิงไหม้
นอกจากนี้ IRGC ย้ำว่า เรือรบและเรือพาณิชย์ของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศในยุโรป รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นเรือเหล่านี้จะถูกโจมตี โดยช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งพลังงาน เนื่องจากประมาณ 20% ของการใช้น้ำมันทั่วโลกได้ถูกส่งออกผ่านช่องแคบแห่งนี้
รายงานระบุว่า การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียยังคงดำเนินต่อไปในวันพฤหัสบดี โดยเรือบรรทุกน้ำมันดิบ Sonangol Namibe สัญชาติบาฮามาส รายงานว่าตัวเรือได้รับความเสียหายหลังจากเกิดระเบิดใกล้กับท่าเรือ Khor al Zubair ของอิรัก
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า อิรักซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับสองในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงเกือบ 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน เนื่องจากเส้นทางการส่งออกถูกจำกัด ส่วนกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย ได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) ในการส่งออกก๊าซเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และระบุว่าการกลับมาผลิตในปริมาณปกติอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน
นักวิเคราะห์ของ JPMorgan คาดการณ์ว่า การลำเลียงน้ำมันดิบจากอิรักและคูเวตอาจเริ่มหยุดชะงักภายในไม่กี่วันข้างหน้า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังการผลิตหายไป 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน
ข้อมูลการติดตามเรือจาก Vortexa และ Kpler พบว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 300 ลำยังคงติดค้างอยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่การสัญจรทั้งขาเข้าและออกเผชิญกับภาวะชะงักงันภายหลังจากสงครามปะทุขึ้น