ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $8.48 หลังอิหร่านลั่นเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ข่าวต่างประเทศ Friday March 13, 2026 06:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) หลังจากอิหร่านยกระดับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านประกาศกร้าวว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.72% ปิดที่ 95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.22% ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2565 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อเป็นเครื่องมือในการกดดันศัตรู พร้อมกับเตือนว่าฐานทัพของสหรัฐอเมริกาทั้งหมดในตะวันออกกลางควรถูกปิดโดยทันที เพราะฐานทัพเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี หากยังคงเปิดทำการ

เอบราฮิม โซลฟากอรี โฆษกศูนย์บัญชาการทหารของอิหร่าน กล่าวว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมกับกล่าวว่า สำนักงานของธนาคารในกรุงเตหะรานได้ถูกโจมตีเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งอิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีธนาคารที่ทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล

ทางด้านคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในขณะนี้ แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่จะสามารถคุ้มกันได้ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมกับกล่าวว่าราคาน้ำมันโลกไม่น่าจะพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์/บาร์เรล แม้ว่าอิหร่านจะยังคงเดินหน้าโจมตีเรือสินค้าต่อไปก็ตาม

ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า เพื่อเป็นการสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในขณะนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณายกเว้นกฎหมายโจนส์ (Jones Act) ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีการบังคับใช้มานานนับศตวรรษเพื่อควบคุมการขนส่งภายในประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าการขนส่งพลังงานและสินค้าเกษตรสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีระหว่างท่าเรือของสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิรักเปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า เรือบรรทุกเชื้อเพลิง 2 ลำในน่านน้ำอิรักถูกโจมตีโดยเรืออิหร่านที่บรรทุกระเบิดมาเต็มลำ ขณะที่เจ้าหน้าที่อิรักรายหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ท่าเรือน้ำมันของอิรักได้หยุดดำเนินการโดยสิ้นเชิงแล้ว นอกจากนี้ มีรายงานว่า โอมานได้เคลื่อนย้ายเรือทั้งหมดออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักที่มินา อัล ฟาฮาล (Mina Al Fahal) ซึ่งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน

ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังส่งผลให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมระบุว่า ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซียได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยรวมลงอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณเกือบ 10% ของความต้องการใช้ทั่วโลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ