สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 10% ในวันจันทร์ (23 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาจะเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน และอ้างถึงการเจรจาที่สร้างสรรค์เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยคำกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเส้นตายที่เสี่ยงจะทำให้สงครามทวีความรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 10.10 ดอลลาร์ หรือ 10.28% ปิดที่ 88.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 12.25 ดอลลาร์ หรือ 10.92% ปิดที่ 99.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ว่า เขาจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน ขณะที่สหรัฐกำลังทำการเจรจากับอิหร่าน
"ผมมีความยินดีที่จะรายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้มีการหารือกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปอย่างดียิ่ง ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา เกี่ยวกับการยุติความเป็นปรปักษ์ของเราทั้งหมดในตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิงและอย่างสมบูรณ์""จากลักษณะและน้ำเสียงของการเจรจาในเชิงลึกที่มีรายละเอียดครบถ้วนและอย่างสร้างสรรค์ดังกล่าว ซึ่งจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ ผมได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐชะลอการโจมตีทางทหารใด ๆ และทั้งหมดต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นระยะเวลา 5 วัน ทั้งนี้ โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการประชุมและการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่" ปธน.ทรัมป์ระบุถ้อยแถลงดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ได้ฉุดราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ รวมทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลร่วงลงอย่างหนัก หลังจากราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากการที่ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านหากไม่มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านโต้กลับด้วยการเตือนว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิสราเอลและแหล่งพลังงานที่สนับสนุนฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำขู่ของทรัมป์ที่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในภาวะชะงักงัน ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่าการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางอาจหายไป 7-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าเรือบรรทุกสองลำที่มุ่งหน้าไปยังอินเดียสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในวันจันทร์ โดยเรือเหล่านี้บรรทุกก๊าซ LNG จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต
ภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียและอิหร่านที่อยู่ระหว่างการขนส่งเป็นการชั่วคราว โดยโรงกลั่นในอินเดียมีแผนที่จะกลับมาซื้อน้ำมันของอิหร่าน ขณะที่โรงกลั่นในเอเชียอื่น ๆ ก็กำลังพิจารณาที่จะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน
ด้าน คริส ไรต์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่สหรัฐฯ จะปล่อยน้ำมันเพิ่มเติมจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อบรรเทาความผันผวนของตลาดพลังงานในช่วงการทำสงครามกับอิหร่าน