สมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งญี่ปุ่น รายงานในวันพุธ (22 เม.ย.) ว่า ผลผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นลดลง 3.2% สู่ระดับ 80.33 ล้านตันในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2511 เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อฉุดความต้องการก่อสร้างภายในประเทศ
นอกจากนี้ ผลผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นที่ลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ยังสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตมากเกินไปของจีน
รายงานระบุว่า ผลผลิตเหล็กกล้าทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในงานก่อสร้าง ลดลง 3.9% ขณะที่ผลผลิตเหล็กกล้าพิเศษ ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักร ลดลง 0.5%
เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับคู่แข่งจากจีน ซึ่งดึงดูดลูกค้าด้วยรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด การส่งออกเหล็กของญี่ปุ่นจึงลดลงเช่นกัน และแนวโน้มยังคงไม่สดใส โดยการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งมีความต้องการท่อเหล็กคุณภาพสูงสำหรับโรงกลั่นน้ำมัน อาจชะลอตัวลงเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค
ทั้งนี้ ในเดือนมี.ค. 2569 ผลผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นลดลง 4.1% จากปีก่อนหน้า แตะที่ 6.92 ล้านตัน ซึ่งลดลงเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน