ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันขายทำกำไร หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีในช่วงแรก
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากความกังวลที่ว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกดดันอุปสงค์ในตลาด
ณ เวลา 21.26 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลบ 1.63 ดอลลาร์ หรือ 1.45% สู่ระดับ 105.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลบ 3.72 ดอลลาร์ หรือ 3.15% สู่ระดับ 114.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ทะยานขึ้นราว 60% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลทำการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เตรียมนำเสนอแผนปฏิบัติการทางทหารที่อาจมีการใช้กับอิหร่านต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงครามเพื่อแลกกับการเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่าน ขณะที่ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐจะยังคงปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไป จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์
โกลด์แมน แซคส์ประเมินว่าการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 4% ของระดับปกติ และหากสหรัฐยังคงทำการปิดล้อมต่อไป อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันมากขึ้น
โกลด์แมน แซคส์เสริมว่า การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หลังออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) น่าจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลาง มากกว่าจะสามารถชดเชยภาวะตึงตัวในระยะสั้น