สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันจันทร์ (4 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเม.ย.
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 4.48 ดอลลาร์ หรือ 4.39% ปิดที่ 106.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 6.27 ดอลลาร์ หรือ 5.8% ปิดที่ 114.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
อิหร่านโจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ และใช้โดรนโจมตีเขตอุตสาหกรรมน้ำมันเมืองฟูไจราห์ของ UAE จนเกิดเพลิงไหม้ ด้านกระทรวงกลาโหมของ UAE ตรวจพบขีปนาวุธ 4 ลูกที่ยิงมาจากอิหร่าน โดยสามารถสกัดกั้นได้สำเร็จ 3 ลูกเหนือเขตน่านน้ำของ UAE ขณะที่อีก 1 ลูกตกลงในทะเล
ความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้กองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้ปฏิบัติการ Project Freedom ได้กระตุ้นให้เกิดการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงกับอิหร่านเมื่อ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้ทำลายเรือขนาดเล็กของอิหร่าน 6 ลำ และสกัดกั้นขีปนาวุธร่อนรวมถึงโดรนที่ยิงโดยอิหร่าน
ด้านอิหร่านระบุว่า ได้บังคับให้เรือรบของสหรัฐฯ หันหัวเรือกลับ หลังพยายามเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า มีขีปนาวุธ 2 ลูกพุ่งชนเรือรบของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานดังกล่าว
นอกจากนี้ มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือที่ดำเนินการโดยบริษัทเกาหลีใต้ลำหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุซ โดยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บรรดาบริษัทเดินเรือพาณิชย์วิตกกังวลว่าช่องแคบนี้ยังคงไม่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20% ของอุปทานทั่วโลก ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทางด้านกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ระบุเมื่อวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) ว่า สมาชิก 7 ประเทศของโอเปกพลัสจะเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
การเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวสอดคล้องกับระดับที่กำหนดไว้สำหรับเดือนพ.ค. แต่ไม่รวมสัดส่วนของ UAE ที่ถอนตัวจากโอเปกเมื่อวันที่ 1 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะยังไม่ส่งผลต่ออุปทานจริงมากนัก เนื่องจากสงครามอิหร่านยังคงกระทบการส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ