ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 104 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 98 ดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธคำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐในการยุติสงคราม ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เตือนว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านยังไม่จบสิ้น ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง และเป็นปัจจัยคุกคามต่ออุปทานพลังงาน
ณ เวลา 19.19 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. บวก 3.13 ดอลลาร์ หรือ 3.28% สู่ระดับ 98.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.ค. บวก 3.11 ดอลลาร์ หรือ 3.07% สู่ระดับ 104.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ พุ่งขึ้นราว 40% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า 'ผมเพิ่งอ่านคำตอบจากผู้ที่เรียกตนเองว่าเป็นผู้แทนของอิหร่าน ผมไม่ชอบเลย รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง!'
ด้านนายเนทันยาฮูกล่าวให้สัมภาษณ์รายการ 60 Minutes ของสำนักข่าว CBS ว่า 'ยังคงมีวัสดุนิวเคลียร์และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ต้องถูกนำออกจากอิหร่าน และยังคงมีสถานที่เสริมสมรรถนะที่ต้องถูกทำลาย ยังมีกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านให้การสนับสนุน ยังมีขีปนาวุธพิสัยไกลที่พวกเขายังต้องการผลิต เรายังคงมีงานที่ต้องทำ'
เมื่อถูกถามว่า สหรัฐและอิสราเอลจะนำวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวออกมาอย่างไร นายเนทันยาฮูตอบว่า 'คุณเข้าไป แล้วก็นำมันออกมา'
นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ประบุในรายงานตลาดน้ำมันฉบับล่าสุดว่า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากอิหร่านและสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลง โดยราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มในช่วงขาขึ้น เนื่องจากอิหร่านยังคงมีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญต่อกำหนดเวลาและเงื่อนไขของข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเปิดเส้นทางขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ
'เราคาดว่ารัฐบาลอิหร่านจะทำข้อตกลงที่นำไปสู่การเปิดช่องแคบอีกครั้งราวปลายเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี เรายังคงเห็นความเสี่ยงว่ากรอบเวลาดังกล่าวอาจถูกเลื่อนออกไป หรือเป็นเพียงการเปิดช่องแคบเพียงบางส่วน ซึ่งหมายความว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจะยังคงยืดเยื้อต่อไป' รายงานระบุ