ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก $2.65 หลังทรัมเผยข้อตกลงหยุดยิงอิหร่านเปราะบางมาก

ข่าวต่างประเทศ Tuesday May 12, 2026 06:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (11 พ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านอยู่ในภาวะ "เปราะบางอย่างมาก" ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อ และส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดใช้งานเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.65 ดอลลาร์ หรือ 2.78% ปิดที่ 98.07 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 2.92 ดอลลาร์ หรือ 2.88% ปิดที่ 104.21 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ยังคงมีผลบังคับใช้ แต่กำลังอยู่ในภาวะ "เปราะบางอย่างมาก" โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เขาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม

สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอยุติสงครามของสหรัฐฯ ผ่านทางปากีสถานซึ่งเป็นคนกลาง โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ตลอดจนยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธคำตอบดังกล่าวของอิหร่าน โดยกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์รายการ "60 Minutes" ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า สงครามกับอิหร่านนั้น "ยังไม่จบ" เนื่องจากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงตั้งเป้าที่จะยับยั้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป ระบุในรายงานตลาดน้ำมันฉบับล่าสุดว่า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลง โดยราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มในช่วงขาขึ้น เนื่องจากอิหร่านยังคงมีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญต่อกำหนดเวลาและเงื่อนไขของข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเปิดเส้นทางขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ รายงานของซิตี้กรุ๊ประบุว่า "เราคาดว่ารัฐบาลอิหร่านจะทำข้อตกลงที่นำไปสู่การเปิดช่องแคบอีกครั้งราวปลายเดือนพ.ค. อย่างไรก็ดี เรายังคงเห็นความเสี่ยงว่ากรอบเวลาดังกล่าวอาจถูกเลื่อนออกไป หรือเป็นเพียงการเปิดช่องแคบเพียงบางส่วน ซึ่งหมายความว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจะยังคงยืดเยื้อต่อไป'

นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ณ กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ โดยหัวข้อการหารือจะครอบคลุมหลากหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นสงครามอิหร่าน การค้า อาวุธนิวเคลียร์ ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ และความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายข้อตกลงแร่หายากที่สำคัญ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ