ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 94 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ใกล้หลุด 91 ดอลลาร์ หลังโอมานเปิดเผยว่า ท่าเรือมีนา อัล ฟาฮาล ยังคงเปิดทำการตามปกติ ภายหลังจากที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่าท่าเรือดังกล่าวได้ระงับการดำเนินงานหลังเกิดเหตุระเบิด
ณ เวลา 21.24 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.ค. ลบ 1.92 ดอลลาร์ หรือ 2.06% สู่ระดับ 91.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 1.32 ดอลลาร์ หรือ 1.39% สู่ระดับ 93.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
บริษัทปิโตรเลียม ดีเวลอปเมนต์ โอมาน เปิดเผยว่า การดำเนินงานที่ท่าเรือมีนา อัล ฟาฮาลไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด แม้ว่าก่อนหน้านี้แหล่งข่าว 3 รายให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า การขนถ่ายน้ำมันได้ถูกระงับชั่วคราวหลังเกิดเหตุระเบิดใกล้กับทุ่นผูกเรือขนถ่ายน้ำมันของท่าเรือ
ท่าเรือแห่งนี้เป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบสำคัญของโอมาน โดยมีปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบราว 800,000-900,000 บาร์เรลต่อวัน.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ขณะที่อิสราเอลประกาศว่าจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากดินแดนที่ยึดครองในเลบานอน
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ คาดว่าจะมีความคืบหน้าในช่วงสุดสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ แม้เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลการขนส่งทางเรือแสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี โดยมีสาเหตุหลักจากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ