ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นกว่า 2% ในช่วงเช้านี้ หลังจากอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลหลายระลอกเมื่อค่ำวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกครั้ง
ณ เวลา 07.07 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ (8 มิ.ย.) ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ 2.39% แตะที่ระดับ 92.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
อิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลหลายระลอกเมื่อค่ำวันอาทิตย์ พร้อมกับเตือนอิสราเอลไม่ให้ทำการตอบโต้ ซึ่งนับเป็นการโจมตีอิสราเอลในลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเม.ย.
ขีปนาวุธดังกล่าวส่งผลให้เสียงไซเรนเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอล โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายในทันที ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า IRGC ได้มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอากาศรามัตเดวิดของอิสราเอลด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ก่อ "อาชญากรรมเป็นวงกว้าง" ในเลบานอน
พลเอก เอยัล ซาเมียร์ เสนาธิการกองทัพอิสราเอลยืนยันว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธเข้ามาในดินแดนอิสราเอลหลายระลอก รวมกันประมาณ 10 ลูก ในช่วงค่ำวันอาทิตย์ พร้อมกับกล่าวว่าทางกองทัพจะโจมตีตอบโต้ทันทีที่ได้รับคำสั่ง
ภายหลังการโจมตีของอิหร่าน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยพลเรือนของอิสราเอล (Home Front Command) ได้ยกระดับมาตรการจำกัดการป้องกันภัยพลเรือนทั่วประเทศ ขณะที่หน่วยงานประสานงานกิจกรรมภาครัฐในดินแดนของอิสราเอล (COGAT) ได้ประกาศว่า จุดผ่านแดนหลายแห่งที่มุ่งหน้าเข้าสู่ฉนวนกาซาได้ถูกสั่งปิดจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ภายหลังเหตุการณ์อิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธ